“อลาบา” เปิดตัวซบ มาดริด ใส่เสื้อเบอร์ 4

ดาวิด อลาบา ชูเสื้อเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของ เรอัล มาดริด พร้อมกับสืบต่อเบอร์ 4 ของ เซร์คิโอ รามอส เซ็นสัญญายาว 5 ปี

เรอัล มาดริด เปิดตัว ดาวิด อลาบา เป็นนักเตะใหม่ของสมาคมอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากจรดปากกาเซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปี และก็ตามด้วยการชูเสื้อลำดับที่ 4

อลาบา มีกำหนดเปลี่ยนร่างเป็นนักเตะ เรอัล มาดริด อย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 21 กรกฎาคม โดยมีการตรวจร่างกายกันในตอนเช้าที่โรงหมอ อูนิเวร์สิตาริโอ ซานิตาส ลา โมราเลฆา หลังจากนั้นตัวรุกกลุ่มชาติออสเตรียก็ลงหมึกเซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปี ก่อนกระทำการชูเสื้อลำดับที่ 4 ร่วมกับประธานสมาคม ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ
อลาบา กล่าว”สวัสดีครับทุกคน ขอบคุณมากอย่างมากสำหรับเพื่อการต้อนรับอันอบอุ่น เป็นวันอันเยี่ยมที่สุดในทางอาชีพของผมเลย ผมตื่นเต้นมาก”

“ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ใส่ชุดขาวของ มาดริด แน่นอนว่าผมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อประสบผลสำเร็จด้วยกัน Vamos! Hala Madrid!”

เปเรซ ก็เอ่ยถึงการย้ายตัวของ อลาบา ว่าจะมีผลให้แฟนบอลตื่นเต้นและมอบจุดมุ่งหมายให้เขาสร้างผลงานกลายเป็นหัวใจหลักในประวัติศาสตร์สมาคม
ทำให้การมองเห็นชอบขึ้น 89% อย่างเร็ว หมอรักษาสายตาอัศจรรย์ใจ

“เมื่อไหร่ก็ตามที่นักเตะอันเยี่ยมที่สุดย้ายไปสู่กลุ่ม, มาดริดิสต้า รู้สึกเนื้อเต้นเป็นพิเศษอยู่ตลอด การย้ายมาร่วมทีมของนักเตะอันเยี่ยมที่สุดประจวบเหมาะกับยุคอันเยี่ยมที่สุดที่มี อันเชลอตติเตียน กลับมาร่วมงานพอดิบพอดี เราต้องการที่จะให้แฟนบอลภูมิใจในกลุ่มของเรา”

“เราขอต้อนรับนักเตะอันเยี่ยมที่สุดแบบ อลาบา ผมต้องการขอบคุณมากที่เขาเลือก มาดริด คุณย้ายมาจากหนึ่งในสมาคมที่ดีที่สุดในโลก, สมาคมฉันมิตรที่คุณครอบครองแชมป์ด้วยกันมา 28 ครั้ง คุณเป็นเยี่ยมในยอดตำนานของ บาเยิร์น”

“คุณย้ายมาอยู่กับ มาดริด โดยที่ได้การยอมรับจากวงการบอลอย่างเต็มเปี่ยม คุณจะมาพบกับความท้าทายอันน่าตื่นเต้น, ที่จะกวาดแชมป์ร่วมกับ มาดริด และเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในประวัติศาสตร์สมาคม ขอต้อนรับสู่สมาคมที่คุณใฝ่ฝันจะครอบครองแชมป์ใหม่ๆยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่”

อึ้งกันทั่วทั้งโลก! “ทีมนอกลีกอังกฤษ” เปิดตัวใช้ชุดแข่งแบบซีทรูโปร่งแสง

นับว่าสั่นสะเทือนวงการชุดแข่งฟุตบอลอีกแล้วสำหรับ เบเดล เอฟซี สมาคมลูกหนังจาก นอร์ท ไรดิ้ง ลีก (นอกลีก) จาก นอร์ท ยอร์คเชียร์ ที่เปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ประจำฤดู 2021-22 ที่ทำเอาแฟนบอลต้องอึ้งแน่ๆ

ก่อนหน้านี้สมาคมที่นี้จัดว่าลือชื่อในเรื่องของชุดแข่งขันสุดแปลกแหวกแนว แต่กับหนนี้ต้องกล่าวว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อนในโลกแน่ๆ เพราะเหตุว่ามันมาในชุดซีทรูแบบโปร่งแสงเห็นภายในแบบชัดเจน

โดยชุดแข่งขันนี้ถือเป็นความร่วมมือกับ Prostate Cancer UK (ศูนย์สถาบันมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่สหราชอาณาจักร) ที่ทำแคมเปญออกมารณรงค์ให้เพศชายเข้ารับการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยชุดแข่งขันจะมีลูกศรสีขาวขนาดยักษ์ที่กางเกง และเชิ้ตชี้ไปที่ความเป็นลูกผู้ชาย พร้อมใจความว่า “อย่าลืมสำรวจ”

นอกจากนั้นทางสมาคมจาก นอร์ท ยอร์คเชียร์ จะบริจาคเงินจำนวน 5 ปอนด์ จากวิธีขายชุดแข่งขันได้หนึ่งตัว ซึ่งพวกเขาวางเป้าที่จะระดมทุนให้ได้ 200,000 ปอนด์ เพื่อบริจาคให้กับ Prostate Cancer UK

สำหรับ เบเดล เอฟซี แปลงเป็นที่พอใจไปทั่วโลกเมื่อ Heckfood บริษัทอาหารดัดแปลงขนาดใหญ่ ผู้สนับสนุนของพวกเขาได้จ้างพวกเขาใส่เสื้อที่ดีไซน์เป็นรูปไส้กรอก และ ฮอทด็อกราดซอส มาแล้วกับ 2 ฤดูก่อนหน้านี้

ด้าน แอนดรูว์ คีเบิ้ล ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Heckfood บริษัทอาหาร ได้พูดว่า “เราเริ่มจากชุดไส้กรอกไร้อันตรายเมื่อไม่กี่ปีที่ล่วงเลยไป ซึ่งมันแปลงเป็นแรงกระตุ้นเป็นอย่างมากให้กับพวกเราที่จะผลิตชุดแข่งขันที่มีแนวความคิดใหม่ๆออกมาเสมอ”

“มิลาน” ประกาศยืม “ดิอาซ” ร่วมกลุ่มพ่วงซื้อขาด

เอซี มิลาน ประกาศคว้า บราฮิม ดิอาซ มาจาก เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย สัญญายืมตัว 2 ปี พร้อมมีออปชั่นซื้อขาด 22 ล้านยูโร

เอซี มิลาน ประกาศคว้า บราฮิม ดิอาซ มาจาก เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย สัญญายืมตัว 2 ปี

แถลงการณ์เจาะจงแค่เพียงการดึงมาร่วมทีมไปจนถึงจบฤดูกาล 2023 กระนั้นบรรดาสื่อใหญ่ในยุโรปรวมทั้งนักข่าวมีชื่อเผยว่าการยืมตัวหนนี้ ภูตผีปิศาจแดงดำ จ่ายค่ายืมไปให้ เรอัล มาดริด 3 ล้านยูโร

นอกเหนือจากนี้ มิลาน มีออปชั่นในการเซ็นสัญญาถาวรราคา 22 ล้านยูโร แม้กระนั้นมีเงื่อนไขที่ พระราชาชุดขาว สามารถซื้อแนวรุกวัย 21 ปีกลับไปได้ในราคา 27 ล้านยูโร

ดาวเตะกลุ่มชาติประเทศสเปน จะสวมเสื้อลำดับที่ 10 ที่ว่างอยู่ข้างหลังฮาคาน ชาลฮาโนกลู ตกลงใจย้ายไปอินเตอร์ มิลาน

สำหรับ ดีอาซ ลงสู่สนามให้ มิลาน เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาไปทั้งปวง 39 เกม โดยฤดูกาลนี้นักฟุตบอลจะสลับมาสวมเสื้อลำดับที่ 10 ให้กับสมาคม

มึนกันหมด! “ดานี่ อัลเวส” หน้าแข้งดังบราซิลพก “กลอง” ประจำตัวฝ่าศึกโอลิมปิก

ดานี่ อัลเวส ปราการหลังจอมเก๋ากลุ่มชาติบราซิล ตกเป็นข่าวดังหลังโดนจับภาพพอดีสนามบินนานาชาติเมืองโตเกียว ว่านำกลองทิมบาจากถิ่นฐานบ้านช่องติดตัวมาเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงเมืองโตเกียว

โดย ตัวบุกปีกขวาวัย 38 ปี ได้รับการเรียกตัวให้เข้ามาเป็นโควตาผู้เล่นอายุเกิน 23 ปี ของกลุ่มชุดนี้ เดินทางถึงท่าอากาศยานเมืองโตเกียว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนได้รับความพึงพอใจจากบรรดาสื่อหลายสำนัก

สำหรับ กลองอะลูมิเนียมที่เจ้าตัวนำติดตัวมาด้วยนั้น เป็นกลองที่ทำจากรัฐบาเอีย ถิ่นฐานบ้านช่องของเจ้าตัวนั่นเอง โดยหน้าแข้งดังสังกัด เซา เปาโล หวังว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้จะก่อให้เขาโชคดีสำหรับเพื่อการแข่งขัน และก็สามารถคุ้มครองแชมป์ไว้ได้อีกยุค

อย่างที่รู้กันดีว่า ชาวบราซิล ถือเป็นชาติที่ครึกครื้นเป็นชีวิต และก็เสียงกลองก็ถือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดที่สร้างความสบาย และก็และก็ความครื้นครึกข้างในกลุ่มระหว่างที่จะต้องสู้ศึก โอลิมปิก 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ บราซิล ภายใต้การนำกองทัพของผู้จัดการทีม อันเดร ชาร์ดีน อยู่กรุ๊ปดี ร่วมกับ เยอรมนี, ไอวอรี่วัวสต์ และก็ ซาอุดีอาระเบีย โดยเกมแรกของพวกเขาเป็นการพบกับ “อินทรีเหล็ก” ในวันพฤหัสบดีที่ 22 เดือนกรกฎาคม นี้

คนมันเทพ! สื่อตี แอตเลตำหนิโก มาดริด จ้องมองสอย “ลินการ์ด” เฉิดฉันลาลีกา

เดลี เมล สื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า เจสซี ลินการ์ด กองกลางตัวรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นเป้าหมายในตลาดจำหน่ายซัมเมอร์ของ แอตเลติโก มาดริด กลุ่มแชมป์ลาลีกา สเปน

ดาวเตะวัย 28 ปีย้ายกลับมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังหมดสัญญายืมตัวกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจในตอนครึ่งฤดูกาลหลัง ทำเป็น 9 ประตูจากการลงไปในสนาม 16 นัดหมายช่วยทำให้กลุ่มของ เดวิด มอยส์ คว้าอันดับ 6 ของตารางแล้วก็ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลยูโรปา ลีก ได้เสร็จ

ด้วยฟอร์มอันเร่าร้อนแบบนี้ ทำให้ ลินการ์ด ได้รับการเรียกตัวกลับมาติดกลุ่มชาติอังกฤษอีกครั้งเมื่อเดือนมีนาคมแล้วก็ยังมีชื่อเป็น 1 ใน 33 นักเตะที่ถูกเรียกมาเตรียมพร้อมก่อนศึกยูโร 2020 แม้กระนั้นก็ถูกตัดทิ้งจาก 26 คนท้ายที่สุดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นอย่างน่าเสียดาย

สำหรับอนาคตของแนวรุกรายนี้ แม้ว่าทาง โอเล กุนนาร์ โซลชา จะออกมาการันตีว่าเขายังต้องการเก็บนักเตะเอาไว้กับกลุ่มถัดไป แม้กระนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็ต้องการดึงเขากลับไปร่วมกลุ่มอีกครั้ง แล้วก็จากรายงานล่าสุดกล่าวว่า แอตเลติโก มาดริด ของ ดิเอโก ซิเมโอเน ก็สนใจอยู่ด้วยเหมือนกัน

คาดว่า ลินการ์ด จะมีค่าตัวในตลาดจำหน่ายโดยประมาณ 25 ล้านปอนด์ในตอนที่ข้อตกลงของเขาเหลืออีกเพียงแต่ปีเดียว ซึ่งทางกลุ่มขุนค้อนมีแผนในการที่จะขอยืมตัวไปใช้งานต่ออีกหนึ่งฤดูกาล ในตอนที่เจ้าตัวต้องการย้ายกลุ่มแบบถาวรในซัมเมอร์นี้

สีนี้ไม่ให้ใช้! เซเรีย อา สั่งแบนชุดสีเขียวเริ่มตั้งแต่ซีซั่น 2022/23

เซเรีย อา อิตาลี จัดแจงออกกฏใหม่ห้ามทุกทีมในลีกสวมชุดแข่งขันที่มีสีเขียวลงไปในสนาม เริ่มใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลรบกวนการถ่ายทอดสด

Football Italia สื่อดังจากดินแดนมักกะโรนี รายงานว่า เซเรีย อา ได้มีการปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับเกี่ยวกับอาภรณ์อีกที เพื่อให้กล้องถ่ายรูปถ่ายทอดสดดำเนินการได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม และก็อำนวยความสะดวกต่อคนที่เป็นโรคตาบอดสี

รายงานบอกว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เหมารวมถึง เสื้อ กางเกง และก็ถุงเท้า ที่ห้ามใส่สีเขียวทั้งยังโทนเข้มและก็อ่อน ส่วนในเรื่องที่ชุดแข่งขันมีมากกว่า 2 สี จะต้องให้สีอื่นมีความเด่นกว่าสีเขียวเท่านั้น และก็จะมีการบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 เป็นต้นไป โดย เซเรีย อา ตัดสินใจประกาศให้รู้ตั้งแต่ฤดูกาลนี้เพื่อให้ทุกทีมมีเวลาเตรียมความพร้อม

จากการประกาศกฎดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว แน่ๆว่าชมรมที่ได้รับผลพวงมากที่สุดในลีกก็คือ ซัสซูโอโล ที่ชุดแข่งขันหลักเป็นสีเขียวนั่นเอง

เมื่อ “3 แข้งบราซิล” เลือกสวมเสื้ออิตาลียึดแชมป์ยูโร 2020

ถึงแม้กองทัพลูกหนัง “แซมบ้า” บราซิล จะชวดครอบครองแชมป์ระดับทวีปบนดินแดนของตัวเอง เพราะว่าพลาดท่าแพ้ “ฟ้าขาว” ประเทศอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ โคปา อเมริกา 2021 รอบชิงแชมป์ ที่ประเทศบราซิล

กลับมีนักเตะสายเลือดบราซิลถึง 3 คนที่ได้สังสรรค์แชมป์ระดับทวีปบนดินแดนยุโรป เพราะว่าได้เปลี่ยนสัญชาติไปร่วมกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” อิตาลี ชุดแชมป์ยูโร 2020 ไล่ตั้งแต่ จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน พัลมิเอรี และก็ ราฟาเอล โตลอย นั่นเอง


ในศึกยูโร 2020 มีนักเตะสายเลือดบราซิลเปลี่ยนสัญชาติไปรับใช้กลุ่มลูกหนังในทวีปยุโรปทั้งหมดทั้งปวง 6 คน ยกตัวอย่างเช่น เปกระเป๋า กองหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกส, มาริโอ แฟร์นันเดส กองหลังกลุ่มชาติรัสเซีย, มาร์ลอส ตัวเติมเกมรุกจากฝั่งขวากลุ่มชาติยูเครน และก็ 3 นักเตะกลุ่มชาติอิตาลีตามรายชื่อข้างต้น โดยอีกทั้ง 6 คนมีชื่อเสียงกล่าวกำเนิดที่ประเทศบราซิลทั้งหมดทั้งปวงเลยด้วย

แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยผ่านการลงเล่นให้ชมรมบอลในประเทศบราซิลมาก่อนเลย ซึ่งก็คือ จอร์จินโญ่ เพราะว่าได้ย้ายมาปักหลักรกรากในประเทศอิตาลีตั้งแต่ในตอนที่มีอายุเพียง 15 ปี และก็ได้รับสัญชาติเป็นชาวอิตาเลียนตามบรรพบุรุษด้วยนั่นเอง ต่อไปได้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เวโรนา ในตำแหน่งกองกลางเมื่อปี 2010 และก็ย้ายไปสร้างชื่อกับ นาโปลี ก่อนจะย้ายลงหลักปักฐานกับ เชลซี ตั้งแต่ปี 2018 จนกระทั่งปัจจุบันนี้


ทั้งนี้ จอร์จินโญ่ ได้ถูกเรียกมารับใช้กองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” มาตั้งแต่ปี 2016 ส่วนในรายของ เอแมร์ชอน เคยค้าแข้งในบราซิลกับ ซานโตส มาก่อน แต่ได้ย้ายมาสร้างชื่อกับ โรม่า ในปี 2015 และก็ได้เปลี่ยนสัญชาติเพื่อไปใส่เสื้อสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2018 ช่วงเวลาที่ โตลอย เพิ่งจะได้สัญชาติในตอนต้นปี 2021 หลังจากที่อยู่ปักหลักยืนเล่นเป็นกองข้างหลังของ อตาลันตา มานานถึง 6 ปีแล้ว ตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก ซานโตส ในบ้านกำเนิดเมื่อปี 2015


ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมามีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครอบครองแชมป์ยุโรปมาแล้วถึง 2 คน เริ่มจาก มาร์กอส เซนนา ได้จารึกชื่อเป็นคนแรกเมื่อในตอนที่สวมบทเป็นกองกลางกลุ่มชาติสเปนชุดแชมป์ยูโร 2008 ส่วน เปกระเป๋า ตามมาเป็นคนที่ 2 โดยสวมบทเป็นกองข้างหลังกลุ่มชาติประเทศโปรตุเกสชุดแชมป์ยูโร 2016 เท่ากับว่าในเวลานี้มีนักเตะสายเลือดบราซิลที่ได้เปลี่ยนสัญชาติไปครอบครองแชมป์ยุโรปเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เพราะเหตุว่า จอร์จินโญ่, เอแมร์ชอน และก็ โตลอย กลายเป็นอีก 3 แข้งแซมบ้าที่ได้เข้าทำเนียบนี้กันแบบพร้อมหน้ากลมเกลียวพร้อมใจ เพราะว่าได้ใส่เสื้อของกองทัพลูกหนัง “อัซซูร์รี” สังสรรค์แชมป์ยูโร 2020 ไปหมาดๆ

พวกไม่ยินยอม! แฟนอังกฤษกว่า 1 แสนคนร่วมลงนามนัดชิงยูโร 2020 จำเป็นต้องแข่งขันใหม่

ผ่านมาแล้ว 3 วัน สำหรับนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ที่บทสรุปเป็น กลุ่มชาติอิตาลี ดวลจุดลูกโทษชนะ กลุ่มชาติอังกฤษ ไป 3-2 ข้างหลังเท่ากันในเวลา 120 นาที 1-1 เถลิงแชมป์ยูโรยุคที่ 2 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความไม่สมหวังของกองเชียร์สิงโตคำรามในสนามเวมบลีย์

ปัจจุบัน มีรายงานว่าแฟนบอลกลุ่มชาติอังกฤษกว่า 1 แสนคนได้พากันร่วมเซ็นอย่างเอาจริงเอาจัง เพื่อขอให้ ยูฟ่า กระทำรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศใหม่อีกรอบ ด้วยเหตุผลหลักว่า เชิ้ตดำในเกมนี้วินิจฉัยไม่แฟร์

โดยแฟนบอลอังกฤษมุ่งเป้าจู่โจมไปที่ บียอร์น ไคเปอร์ส ผู้ตัดสินคนเนเธอร์แลนด์ ที่ในมุมมองของแฟนบอลผู้ดีนั้นกล่าวว่าวินิจฉัยผิดพลาดหลายจังหวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะที่ จอร์จิโอ คิเอลลินี ดึงเสื้อของ บูกาโย ซากา ที่ควรให้ใบแดงแต่ว่าก็ให้เพียงแค่ใบเหลือง รวมทั้งจังหวะที่ จอร์จินโญ่ ย่ำใส่ แจ็ค กรีลิช ก็ควรจะเป็นใบแดงเช่นกัน

จนกระทั่งขณะนี้ มีคู่รักบอลอังกฤษกว่า 100,000 คนไปร่วมเซ็นใน change.org เว็บไซต์ที่มีไว้สำหรับสร้างแคมเปญต่างๆเรียกร้องให้ อังกฤษ กับ อิตาลี ได้แข่งกันใหม่อีกที ซึ่งเว้นแต่พวกเขาเห็นว่ากรรมการเป่านกหวีดแบบไม่ยุติธรรมแล้ว ยังเจาะจงเพิ่มเพราะ กลุ่มชาติอิตาลีเล่นแรงเหลือเกิน โดยใช้คำว่า “ดึง, ผลัก, เตะ” ใส่ผู้เล่นกลุ่มชาติอังกฤษ

อย่างไรก็แล้วแต่ การร่วมเซ็นคราวนี้อาจเป็นไปได้เพียงแค่การแสดงออกทางข้อคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งทาง ยูฟ่า เองอาจไม่มีการตอบรับคำเรียกร้องนี้แต่อย่างใด

ไขปัญหา! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตคำราม” กลุ่มชาติอังกฤษ จำต้องเจอกับความผิดหวังอีกที ข้างหลังเป็นฝ่ายแพ้จุดโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดชิงแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2020 เมื่อคืนนี้วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจำต้องคอยการบรรลุเป้าหมายถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการคว้าชัยชนะฟุตบอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

แต่มีหลายเสียงวิภาควิจารณ์ข้างหลังเกมอย่างมากมาย เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของกลุ่มมาเป็นคนยิงจุดโทษในเกมที่มีแรงกดดันสูง ทั้ง บูค้างโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) รวมทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งสามรายพลาดหมด

โดยข้างหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาอธิบายถึงหัวข้อนี้ว่า “ทุกอย่างมันขึ้นกับผม พวกเขาไม่ได้เสนอตัว แต่ว่าผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดโทษเอง โดยตรึกตรองจากภาพรวมสำหรับเพื่อการซ้อม แม้คุณจะโทษคนไหน คนนั้นควรจะเป็นผม แน่ๆพวกเขาจะไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่ว่าเราจะอยู่ข้างเคียงเขา”

 

ยิ่งไปกว่านี้ อดีตปราการหลังสิงโตคำราม ยังได้เผยถึงปัจจัยว่าเหตุไรกลุ่มก็เลยหันมาเล่นเกมรับ รวมทั้งตกลงใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”พวกเราเก็บบอลกันได้ไม่ดีเพียงพอ นั่นทำให้พวกเราพบแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะก่อให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็ราวการพนัน ถ้าพวกเราเปิดเกมรุกแลกก่อนหน้าที่ผ่านมา พวกเราก็อาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นได้”

ผลสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเหมาะสมที่สุด, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเหมาะสมที่สุด ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดคว้าชัยชนะ ยูโร 2020 ถึงประเทศอังกฤษ หลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษชี้ขาด 3-2 คว้าชัยชนะมาครองเป็นสมัยลำดับที่สองภายหลังจากเคยคว้าทำได้สำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น หลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันทีทันใด ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นดีที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนนี้ที่ เวมบลีย์ และช่วยให้ทีมของเขาคว้าชัยชนะ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกนับจากปี 1968

นอกนั้นเขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังกล่าวข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดและเสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นผู้อื่นในรายการ

ทำเนียบนักฟุตบอลดีที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งล่าสุด
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนทุ่งนารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เออร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดรอคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ประเทศฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งดีที่สุด – เปดรี (สเปน)

 

ในเวลาที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดเอารางวัลดาวรุ่งดีที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์

นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นดูเหมือนจะทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาหลังถูกสลับตัวออกจากสนามในช่วงทดเวลาในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงนาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีใครทำ แม้กระทั้งอันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำแบบงั้น มันช่างเกินจริง ไม่เหมือนใคร” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (ประเทศโปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติประเทศโปรตุเกส ที่ทำได้ 5 ประตูพอๆกับ ปาตริก ชิก แนวรุกทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ว่าจอมบุกดินแดนฝอยทองทำได้ 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ เอารางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

แข่งขันรวม 51 นัด

ยิงกันทั้งสิ้น 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ทำประตูมากที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตมากที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยมากที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลถูกต้องแม่นยำที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟมากที่สุด แยน ซอมเมอร์ (สวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิทุ่งนาซโซลา (อิตาลี) และ เนหรูหรา (ฮังการี) – 33.8 กม./ชม.

ทำฟาวล์มากที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง